วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2552

การทำตลาดด้วย Social Bookmarking (ตอนจบ)

เราจะสามารถนำ Social Bookmarking มาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยทำการตลาดได้ในแง่ใดบ้าง? และเราจะใช้ปัจจัยอะไรในการวัดผลที่ได้จากการทำตลาดด้วย Social Bookmarking ยังเป็นสิ่งที่นักการตลาดรุ่นใหม่ต้องให้ความสนใจ เพื่อให้การทำตลาดออนไลน์ยุคนี้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ได้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ Social Bookmarking ในเบื้องต้นกันไปแล้วในฉบับที่ผ่านมา ซึ่ง Social Bookmarking เองก็เป็นสิ่งเกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว ตั้งแต่ที่ทั่วโลกได้เริ่มมีการศึกษารูปแบบการทำการตลาดแนวใหม่ผ่านออนไลน์

เป็นเรื่องธรรมดาที่คนเรามักจะหาหนทางใหม่ๆ เพื่อสร้างการจราจรบนเว็บไซต์ แม้แต่การใช้ Blogs เข้ามาช่วย ด้วยเหตุนี้ Social Bookmarking จึงมีการเติบโตขึ้นอย่างมาก นั่นหมายความว่า การทำบัญชีรายชื่อบนเว็บไซต์สามารถสร้างความถี่ของผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้สูงขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม การจะทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับต้นๆ จะต้องมีการสร้างเนื้อหาบนเว็บไซต์ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเว็บไซต์ ซึ่งควรจะมีการเขียนบทความ สร้างเนื้อหา และประชาสัมพันธ์เนื้อหาที่มีคุณค่าไว้บนเว็บไซต์ เพื่อเรียกความสนใจจากทั้งผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งที่เข้ามาในเว็บไซต์ของคุณโดยตรง และจากหน้าเว็บไซต์อื่นที่คุณไปฝากลิงก์หรือโพสต์เนื้อหาเอาไว้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยผลักดันให้เว็บไซต์ของคุณอยู่ในอันดับต้นๆ ได้

สำหรับ Social Bookmarking นั้นถือได้ว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถทำให้ผู้ใช้ทั่วไปได้รับข้อมูล หรือค้นหาหัวข้อเรื่องที่สนใจได้อย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ก็ต้องตระหนักไว้ด้วยว่า Social Bookmarking ไม่สามารถเข้ามาใช้แทนที่ Search Engine ได้ แต่คุณสามารถนำ Social Bookmarking มาใช้เป็นเส้นทางใหม่ในการเพิ่มจำนวนการเข้าชมเว็บไซต์

Social Bookmarking ถือเป็นหนทางหนึ่งที่คุณจะแสดงความสนใจในหมวดหมู่หรือเรื่องราวต่างๆ และยังสามารถแบ่งปันไปให้กับผู้อื่น โดยปัจจุบันได้มีเว็บไซต์ที่ให้บริการในลักษณะของ Social Bookmarking อยู่มากมาย ซึ่งบริการนี้มักให้บริการกันอย่างฟรีๆ อีกทั้งยังสามารถทดลองใช้บริการที่หลากหลายของ Social Bookmarking ได้ด้วย ซึ่งคุณควรจะใช้เวลาเพื่อศึกษาเกี่ยวกับความสามารถของ Social Bookmarking ให้มาก รวมทั้งบริการต่างๆ ที่สามารถใช้ Social Bookmarking ทำได้ เพื่อจะได้เลือกระบบการให้บริการที่ตรงตามความต้องการของคุณ

นอกจากนี้ Social Bookmarks ยังอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถจัดเก็บ แยกหมวดหมู่ แบ่งปัน และค้นหาเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจด้วยการใช้ Tags ซึ่ง Tags จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดแบ่งข้อมูลออกเป็นกลุ่มๆ ทำให้ค้นหาได้ง่ายขึ้น โดย Social Bookmarks สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเนื้อหาได้หลากหลายชนิด เช่น เว็บไซต์, Blogs, PDFs, เสียง, วิดีโอ, รูปภาพ และใช้เป็นเครื่องมือต่างๆ ซึ่งเว็บไซต์หลักๆ ที่ให้บริการในแบบ Social Bookmarking ได้แก่ del.icio.us, Furl.net, Stumbleupon.com และ Google Bookmarks


การใช้ Social Bookmarking ทำการตลาด
นักการตลาดสามารถใช้ Social Bookmarks เพื่ออนุญาตให้ผู้เข้าเยี่ยมชมแบ่งปันคอนเท็นต์ให้กับผู้อื่น โดยจะมีฟังก์ชันการส่งต่อไปให้เพื่อนๆ และยังสามารถแสดงคอนเท็นต์ไปยังเว็บไซต์ที่ให้บริการแบบ Social Bookmarking เพื่อช่วยในการผลักดันจำนวนการจราจรบนเว็บไซต์ และอัตราการลิงก์ไปยังเว็บไซต์ให้สูงขึ้น

หัวใจหลักของการทำตลาดด้วย Social Bookmarking คือ การเข้าถึงคอนเท็นต์ หรือนำเสนอเครื่องมือให้กับผู้เข้าเยี่ยมชมที่ต้องการอ่านเนื้อเรื่องที่เขาสนใจ มีประโยชน์ มีคุณค่า รวมถึงสินค้า โดยจะต้องคิดแนวทางการนำเสนอสินค้าอย่างสร้างสรรค์ เนื้อหาดึงดูดใจผู้อ่าน ซึ่งควรจะพิจารณาจากประเด็นเหล่านี้

- เขียนหัวข้อเรื่องให้น่าสนใจ ดึงดูดผู้อ่าน

- สร้างเนื้อหาที่อ่านได้ง่ายๆ ทางออนไลน์ เหมือนกับการอ่านเนื้อหาบน Blog จากนั้นก็ทำบัญชีรายชื่อเรื่อง และทำอักษรตัวหนาตรงหัวข้อเรื่องเพื่อให้อ่านได้ง่ายขึ้น

- นำเสนอเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ และมีความเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของคุณ

- เลือกหัวข้อที่น่าสนใจ

- เลือกใช้คีย์เวิร์ดที่มีความสำคัญในการนำเสนอสินค้าและบริการ

- ใช้รูปแบบคอนเท็นต์ที่เหมาะสมกับผู้อ่าน


การกระตุ้นผู้บริโภคด้วยป้ายคำพูด (Tags) ในหน้าเนื้อหา หรือการวางปุ่มต่างๆ ไว้ที่ส่วนบนหรือแต่ละหน้าของบทความก็สามารถทำได้เช่นกัน อีกทั้งยังมีการค้นพบว่า Social Bookmarking เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการสื่อสารชั้นเยี่ยม แล้วยังช่วยสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อ่านอีกด้วย นอกจากนี้ยังถือเป็นเครื่องมือชั้นเยี่ยมที่เข้ามาช่วยขจัดปัญหาด้านข้อมูลที่มีความยุ่งเหยิง ไม่ชัดเจน ให้กลายเป็นหมวดหมู่ ข้อมูลมีความเป็นระเบียบมากขึ้น

การนำเนื้อหาไปโพสต์บนเว็บไซต์ที่ให้บริการด้าน Social Bookmarking ต้องเข้าใจในเรื่องความยืดหยุ่นในการสื่อสารที่อาจจะต้องมีช่องทางเพิ่มขึ้น และต้องสร้างชื่อเสียง ความมีหน้ามีตาให้กับเว็บไซต์คุณด้วย อีกทั้งยังควรเข้าไปร่วมกับเว็บไซต์ที่ให้บริการด้านนี้หลายๆ แห่ง และทำให้เว็บไซต์ของคุณมีส่วนร่วมในนั้น

ที่สำคัญคือ ต้องพยายามสร้างความสัมพันธ์ สร้างเพื่อน รวมทั้งให้ความช่วยเหลือกับผู้อื่นด้วยการโพสต์ข้อความที่เป็นประโยชน์ ซึ่งจะทำให้เกิดการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว รวมทั้งยังต้องเปิดกว้างที่จะให้ส่งข้อความนั้นต่อ เปิดรับความคิดเห็น มีการให้คะแนนบทความเนื้อหานั้น สร้างความสัมพันธ์กับเนื้อหาอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกัน และสร้าง Tags หรือป้ายคำพูดที่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่คุณเขียน

การสร้างเนื้อหาขึ้นมาเพื่อใช้กับ Social Bookmarking นั้น นักการตลาดมักจะมองข้ามความต้องการของผู้อ่านว่าจริงๆ แล้วผู้อ่านสนใจอะไร ต้องการที่จะรู้เรื่องอะไร ทำให้เนื้อหาที่สร้างขึ้นมาอาจไม่ตรงกับความสนใจ ซึ่งก็จะไม่ช่วยเพิ่มจำนวนการจราจรเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ ดังนั้นการพิจารณาในเรื่องบทบาทของเนื้อหาจึงต้องมีการสร้างกระบวนการเพื่อให้เกิดความเหมาะสม และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยควรพิจารณาจากสิ่งต่างๆ เหล่านี้

- มีบริเวณที่แสดงความเกี่ยวข้องกับเนื้อหา บทความ หรือผลิตภัณฑ์

- เพิ่มส่วนบริการหรือผลิตภัณฑ์ขายดี

- เพิ่มส่วนการค้นหาทั้งด้านบนสุดและส่วนท้ายสุดของหน้าเว็บไซต์ หรือในเนื้อหานั้นๆ

- มีป้ายคำพูด (Tags) ที่หลากหลาย

- มีอีเมลสำหรับติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์

- มีบริการ RSS

- ถ้าเป็นธุรกิจที่มีการซื้อ-ขายเป็นหลัก ควรจะมีช่องทางสำหรับติดต่อหลายๆ ช่องทาง เช่น อีเมล หมายเลขโทรฟรี และที่ตั้งร้านที่จัดจำหน่ายสินค้า

- มีป้ายคำพูด (Tags) และคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา เพื่อช่วยเพิ่มจำนวนการจราจรเข้ามาในเว็บไซต์

- อนุญาตให้ผู้เข้าเยี่ยมชมแสดงความคิดเห็นได้

- มีช่องสำหรับใส่อีเมลเพื่อส่งต่อไปให้เพื่อนๆ ของผู้เข้าเยี่ยมชม

- ผู้เข้าเยี่ยมชมสามารถพิมพ์เนื้อหา บทความ จากทางหน้าเว็บไซต์ได้ โดยต้องเป็นเวอร์ชั่นที่พิมพ์ออกมาแล้วมี URL ของหน้าเว็บไซต์นั้น รวมทั้งมีข้อความทางการตลาดติดไปด้วย นอกจากนี้ก็ควรมีรายละเอียดของหมายเลขโทรศัพท์ที่ให้โทรศัพท์ไปสอบถามได้ฟรี และร้านค้าที่จัดหน่ายสินค้าตามความเหมาะสม


นอกจากนี้การใช้ Social Bookmarking นั้นอาจจะต้องมีการทดลองใช้ก่อนที่จะนำบทความฉบับจริงขึ้นไปบนเว็บไซต์เพื่อขับเคลื่อนการจราจรที่จะหลั่งไหลเข้ามาบนเว็บไซต์คุณมากขึ้น รวมทั้งต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจกับทุกการสื่อสารที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม เพราะถ้าหากเนื้อหาของคุณเกิดได้รับความนิยมขึ้นมา คุณอาจจะต้องขยายเซิร์ฟเวอร์เพื่อรองรับจำนวนการจราจรที่เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณเพิ่มขึ้น

การวัดผลตอบรับจากการใช้ Social Bookmarking
ตั้งแต่ที่ Social Bookmarking ได้พุ่งเป้ามาที่การแบ่งปันข้อมูลให้กับสังคมในวงกว้าง ทำให้ทุกคนที่อยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตสามารถเข้าถึงได้ในวงกว้างมากขึ้น และการเข้าไปมีส่วนร่วมได้กลายเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งการกำหนดค่าวัดประสิทธิภาพของการใช้ Social Bookmarking จึงประกอบไปด้วย

- เนื้อหาที่ทำการคั่นหน้า (Bookmarked Content) ควรตรวจสอบว่าบทความไหนที่ผู้อ่านมีการคลิกเข้าไปอ่านเนื้อหาบ้าง อีกทั้งยังต้องตรวจสอบป้ายคำพูด (Tags) ที่อยู่ในบทความนั้นซึ่งถูกคลิกไปเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่ม

- จำนวนการจราจร (Traffic) ตรวจสอบจำนวนของผู้เข้าเยี่ยมชม ที่เข้ามาอ่านแต่ละบทความ ซึ่งได้มีการโพสต์ไปบนเว็บไซต์ที่ให้บริการด้าน Social Bookmarking ในหลายๆ แห่ง รวมทั้งตรวจสอบบทความที่ถูกทำคั่นหน้า (Bookmark) เพิ่มจากผู้เข้าเยี่ยมชมด้วย

- การจัดอันดับ (Rankings) ตรวจสอบวิธีการที่จะทำให้เนื้อหาที่สร้างขึ้นมานั้นถูกแสดงขึ้นมาบนหน้าเว็บไซต์ที่ให้บริการด้าน Social Bookmarking เพื่อจะได้ทำให้เนื้อหาที่คุณสร้างขึ้นมาถูกแสดงขึ้นมาในอันดับต้นๆ

- การเชื่อมต่อ (Links) ทุกครั้งที่มีการคลิกไปยังเนื้อหาที่คุณได้ทำคั่นหน้าไว้ (Bookmark) ให้ส่งผลตอบรับกลับมายังเว็บไซต์คุณ โดยข้อมูลเหล่านี้จะเข้ามาช่วยในเรื่องการวิเคราะห์กระบวนการค้นหาของผู้เข้าเยี่ยมชม

- ผลกระทบกับแบรนด์สินค้า (Branding Impact) เพิ่มแหล่งที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของคุณในเชิงบวก

- รายได้ (Revenues) สำหรับเนื้อหาบนเว็บไซต์สามารถประเมินจำนวนหน้าที่คนเข้ามาดู และนำมาตั้งอัตราค่าโฆษณาได้ ยิ่งถ้ามีคนเข้าเว็บไซต์เป็นจำนวนมาก อัตราค่าโฆษณาก็จะยิ่งแพง ซึ่งถ้าคุณทำให้มีคนเข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณมาก ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสของการทำรายได้ให้กับคุณมากขึ้น

- ค่าใช้จ่าย (Expenses) ประเมินค่าใช้จ่ายสำหรับการสร้างเนื้อหาพิเศษขึ้นมาว่ามีค่าใช้จ่ายเท่าไร


Social Bookmark ทำให้นักการตลาดมีหนทางอื่นในการดึงดูดผู้บริโภค และยังสร้างโอกาสด้วยการแบ่งปันข้อมูลที่น่าสนใจให้กับผู้อื่น อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือที่สร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ ให้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว คราวนี้ก็อยู่ที่คุณจะผสมผสานการทำตลาดในรูปแบบไหนให้เป็นสูตรที่เหมาะสมกับธุรกิจและลูกค้าของคุณ

ที่มา: www.ecommerce-magazine.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น